
การเลือกผู้รับเหมาเป็นการตัดสินใจที่แพงที่สุดครั้งหนึ่งของโครงการ เพราะเมื่อเซ็นสัญญาไปแล้ว การเปลี่ยนกลางทางหมายถึงทั้งเงินที่จมไปและเวลาที่หายไปหลายเดือน ปัญหาคือเจ้าของโครงการส่วนใหญ่มักเปรียบเทียบกันที่ "ราคารวม" เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงที่สุด บทความนี้จะพาไปดูว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างครบวงจร ทำงานอย่างไร และมีอะไรบ้างที่ต้องตรวจสอบให้ครบก่อนตัดสินใจ
ผู้รับเหมาก่อสร้างครบวงจรคืออะไร?
ก่อนจะเปรียบเทียบผู้รับเหมาแต่ละราย ต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่า "ครบวงจร" ในวงการก่อสร้างหมายถึงอะไร เพราะแต่ละบริษัทนิยามไม่เหมือนกัน และความเข้าใจที่ไม่ตรงกันตรงนี้เองคือต้นตอของข้อพิพาทส่วนใหญ่
บริการก่อสร้างครบวงจรครอบคลุมอะไรบ้าง
บริการรับเหมาก่อสร้างครบวงจรที่แท้จริงจะดูแลตั้งแต่สำรวจพื้นที่ ออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมโครงสร้าง ประเมินราคา ยื่นขออนุญาตก่อสร้างกับหน่วยงานราชการ ดำเนินการก่อสร้าง ติดตั้งงานระบบไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล และปรับอากาศ ไปจนถึงการส่งมอบและบริการหลังการขาย ข้อดีคือเจ้าของโครงการคุยกับคู่สัญญาเพียงรายเดียว ไม่ต้องคอยประสานงานระหว่างผู้ออกแบบกับผู้ก่อสร้างเอง และเมื่อเกิดปัญหาหน้างานก็ไม่มีการโยนความรับผิดชอบไปมา
เหมาะกับโครงการแบบไหน
รูปแบบนี้เหมาะกับโครงการที่มีความซับซ้อนทางวิศวกรรม เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน หรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่า โดยเฉพาะนักลงทุนและนักธุรกิจที่ไม่มีทีมงานภายในคอยคุมงานเต็มเวลา ในทางกลับกัน หากเป็นงานเล็กอย่างต่อเติมพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร การจ้างผู้รับเหมาทั่วไปอาจคุ้มค่ากว่า
8 เรื่องที่ต้องเช็กก่อนเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างครบวงจร
เมื่อได้รายชื่อผู้รับเหมาที่สนใจมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการคัดกรอง ซึ่งควรดูให้ครบทั้งสี่มิติต่อไปนี้ แทนที่จะดูเพียงตัวเลขในใบเสนอราคา
ประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา
สิ่งแรกที่ต้องถามคือบริษัทอยู่ในตลาดมากี่ปี และเคยทำโครงการประเภทเดียวกับของคุณมาแล้วกี่โครงการ ประสบการณ์ที่ยาวนานสะท้อนว่าบริษัทผ่านทั้งช่วงเศรษฐกิจดีและช่วงวิกฤตมาแล้ว ยิ่งมีผลงานสะสมมากเท่าไร โอกาสที่ทีมงานจะเคยเจอปัญหาหน้างานแบบเดียวกับคุณก็ยิ่งสูง ขอดูภาพถ่ายผลงานจริงและขอเบอร์ติดต่อเจ้าของโครงการเดิมเพื่อสอบถามโดยตรงจะช่วยได้มาก
ทีมงานและผู้รับผิดชอบโครงการ
ถามให้ชัดว่าใครจะเป็นผู้จัดการโครงการของคุณ มีวิศวกรประจำไซต์หรือไม่ และวิศวกรคนนั้นดูแลกี่โครงการพร้อมกัน บริษัทที่รับงานเกินกำลังมักส่งผลให้การควบคุมคุณภาพหลุด ควรตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม และขอดูผังโครงสร้างทีมงานตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา
ขอบเขตงานและ BOQ
BOQ หรือบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและค่าแรง คือเอกสารที่บอกความจริงมากที่สุดเกี่ยวกับผู้รับเหมารายนั้น BOQ ที่ดีต้องระบุยี่ห้อ รุ่น และเกรดของวัสดุแต่ละรายการอย่างชัดเจน ไม่ใช่เขียนกว้าง ๆ ว่า "วัสดุมาตรฐานทั่วไป" เพราะช่องว่างตรงนี้คือจุดที่ต้นทุนจะบานปลายในภายหลัง
ระยะเวลา สัญญา และการรับประกัน
ตรวจสอบว่าสัญญาระบุวันเริ่มงานและวันส่งมอบชัดเจนหรือไม่ มีค่าปรับกรณีส่งงานล่าช้าเท่าไร และเงื่อนไขการขยายเวลาครอบคลุมกรณีใดบ้าง ควบคู่กับเงื่อนไขการรับประกันงานโครงสร้างและงานระบบ ซึ่งโดยทั่วไปงานโครงสร้างจะรับประกันยาวกว่างานตกแต่ง
เปรียบเทียบผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างไรให้เห็นความแตกต่าง
เมื่อได้ใบเสนอราคาจากหลายเจ้า ความท้าทายคือตัวเลขแต่ละเจ้ามักไม่ได้เทียบกันตรง ๆ ได้ เพราะขอบเขตงานไม่เท่ากัน วิธีเปรียบเทียบที่ถูกต้องจึงต้องทำตามลำดับนี้
เปรียบเทียบขอบเขตงาน ไม่ใช่ดูแค่ราคา
ราคาที่ถูกกว่ามักมาจากขอบเขตงานที่แคบกว่า เช่น ไม่รวมค่ายื่นขออนุญาต ไม่รวมงานระบบ หรือไม่รวมงานปรับพื้นที่ ให้ทำตารางเทียบรายการงานของแต่ละเจ้าก่อน แล้วค่อยเติมราคาลงไปทีหลัง คุณจะเห็นทันทีว่าเจ้าที่ดูแพงกว่าอาจรวมงานที่อีกเจ้าจะมาเก็บเงินเพิ่มทีหลังอยู่แล้ว
ตรวจสอบวัสดุและรายละเอียดในใบเสนอราคา
ดูให้ลึกถึงระดับสเปกวัสดุ เช่น เหล็กเสริมใช้มาตรฐานใด ความหนาของพื้นคอนกรีตเท่าไร หลังคาใช้วัสดุยี่ห้อไหน ส่วนต่างของราคาวัสดุแต่ละเกรดอาจดูเล็กน้อยต่อหน่วย แต่เมื่อคูณด้วยปริมาณทั้งโครงการแล้วคือเงินหลักแสนถึงหลักล้าน
เช็ก Timeline และเงื่อนไขการชำระเงิน
ผู้รับเหมาที่เสนอระยะเวลาสั้นผิดปกติมักซ่อนความเสี่ยงไว้ ควรขอแผนงานแบบ Gantt Chart ที่แบ่งเป็นขั้นตอนชัดเจน และเทียบกับเงื่อนไขการจ่ายเงินว่าสมเหตุสมผลกับเนื้องานในแต่ละช่วงหรือไม่
ก่อนเซ็นสัญญาก่อสร้างควรตรวจสอบอะไรบ้าง
ขั้นตอนสุดท้ายก่อนลงลายมือชื่อคือช่วงที่คุณมีอำนาจต่อรองสูงที่สุด ใช้โอกาสนี้ให้คุ้มด้วยการตรวจสอบสามเรื่องนี้ให้ละเอียด
ขอบเขตงานและแบบก่อสร้าง
ตรวจสอบว่าแบบก่อสร้างที่แนบท้ายสัญญาเป็นฉบับล่าสุดที่ตรงกับที่ตกลงกันไว้ และมีวิศวกรผู้ออกแบบลงนามรับรองครบถ้วน งานใดที่ไม่ได้ระบุในสัญญา ให้ถือว่าไม่รวมเสมอ
งวดงานและเงื่อนไขการชำระเงิน
ควรแบ่งงวดงานตามความคืบหน้าจริงที่ตรวจวัดได้ เช่น เสร็จงานฐานราก เสร็จโครงสร้างชั้นที่หนึ่ง โดยหลีกเลี่ยงการจ่ายล่วงหน้าเป็นก้อนใหญ่เกินไป และควรกันเงินประกันผลงานไว้ส่วนหนึ่งจนพ้นระยะรับประกัน
การรับประกันและบริการหลังส่งมอบ
ระบุให้ชัดว่ารับประกันงานส่วนใดกี่ปี ครอบคลุมอะไรบ้าง และเมื่อแจ้งปัญหาแล้วผู้รับเหมาต้องเข้าดำเนินการภายในกี่วัน บริษัทที่มีฐานะมั่นคงและอยู่ในตลาดมานานจะกล้ารับประกันยาวกว่า เพราะมั่นใจว่ายังอยู่รับผิดชอบได้จริงเมื่อถึงเวลา
บริษัท วรพงษ์วิศวกรรม 1997 จำกัด ดำเนินงานด้านรับเหมาก่อสร้างมากว่า 38 ปี ส่งมอบโครงการสำเร็จแล้วกว่า 100 โครงการ พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนวางแผนงบประมาณ
ปรึกษาทีมวิศวกรของเราได้ฟรี บริษัท วรพงษ์วิศวกรรม 1997 จำกัด | Worapong Engineering 1997 โทร: 02-939-6461-2 | Fax: 02-939-6460 | อีเมล: info@wel1997.com ที่อยู่: 168/3 ซอยพหลโยธิน 30 ถนนพหลโยธิน แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. 10900
FAQ เกี่ยวกับผู้รับเหมาก่อสร้างครบวงจร
ผู้รับเหมาก่อสร้างครบวงจรราคาแพงกว่าจ้างแยกหรือไม่?
เมื่อดูตัวเลขแรกอาจสูงกว่า แต่เมื่อรวมค่าประสานงาน ค่าแก้แบบ และต้นทุนความล่าช้าที่เกิดจากการทำงานคนละทีม ส่วนใหญ่จะจบที่ต้นทุนรวมต่ำกว่า
ควรจ่ายเงินล่วงหน้ากี่เปอร์เซ็นต์?
โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10-15% ของมูลค่าสัญญา หากมีการเรียกล่วงหน้าสูงผิดปกติควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
ผู้รับเหมาต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้างให้ด้วยไหม?
หากเป็นบริการครบวงจรควรรวมอยู่แล้ว แต่ต้องระบุในสัญญาให้ชัดว่าใครรับผิดชอบค่าธรรมเนียมและเอกสาร
ถ้าผู้รับเหมาทิ้งงานต้องทำอย่างไร?
สัญญาที่ดีต้องมีข้อกำหนดการบอกเลิกสัญญา การคืนเงิน และการชดเชยไว้ล่วงหน้า พร้อมเงินประกันผลงานที่กันไว้เพื่อใช้จ้างผู้รับเหมารายใหม่มาทำต่อ



